ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลายคนน่าจะเห็นบริษัทแม่ Sword Art Online (SAO) ได้แอบไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อ ‘Echoes of Aincrad’ ไว้เงียบ ๆ ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2025 ในหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับ ‘วิดีโอเกม’ และ ‘สื่อบันเทิง’ และก็มีคนรอคอยมาตลอดว่าพี่แกจะเปิดตัวรูปแบบไหน จะเปิดบนคอนโซลไหม หรือจะเปิดบนมือถือ หรือจะเป็นเกมสุ่มเกลือปาจิงโกะธรรมดา วันนี้เฉลยแล้วว่าพี่แกจะเปิดตัวแบบคอนโซล ในวันที่ 9 กรกฎาคม (PS5, Xbox) และ 10 กรกฎาคม สำหรับ PC (Steam)
ทีม BT beartai มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์การเล่น ‘Echoes of Aincrad’ และยังได้สัมภาษณ์โปรดิวเซอร์คุณ ยุสุเกะ ฟุตามิ (Yusuke Futami) ถึงอินไซต์และแนวคิดเบื้องหลังการทำ Spin-off จากภาคแม่อย่าง SAO เกมนี้เนื้อเรื่องเป็นยังไง ถ้าไม่ได้ดูอนิเมะมาก่อนจะเล่นได้ไหม และมีอะไรที่ควรรู้ก่อนเล่น เรารวมมาให้แบบครบ จบ ในบทความนี้
ทำความรู้จักกับชื่อของ ‘Aincrad’ บันได 100 ขั้นจาก Sword Art Online

หากใครเป็นแฟนอนิเมะอย่าง Sword Art Online น่าจะรู้จัก ‘Aincrad’ ปราสาทลอยฟ้าขนาดยักษ์ 100 ชั้น ซึ่งเป็นฉากหลังหลักในภาคแรก��อง SAO โดยที่ธีมของแต่ละชั้นจะมี Setting ที่แตกต่างกันไป แต่ละชั้นถ้าอธิบายง่าย ๆ มันคือเลเวลต่าง ๆ ที่ผู้เล่นในเกมต้องผ่านด่านไปถึงขั้นสูงสุดเพื่อปราบบอสจึงจะถือเป็นการเคลียร์เกม และทำให้ตัวละครที่ติดอยู่ในโลกของเกมสามารถออกจากเกมมาสู่โลกความเป็นจริงได้ ซึ่งสำหรับภาคแยกนี้ก็เหมือนกัน คือตัวละครจะติดอยู่ในเกมและต้องปราบบอสเพื่อออกจากเกมสู่โลกความเป็นจริง เพียงแต่จะเน้นการสำรวจบันได Aincrad เป็นหลัก และสำหรับเกม Echoes of Aincrad จะเป็นการสำรวจตั้งแต่ชั้นที่ 1 ขึ้นไป โดยชั้นที่ทีม BT beartai ได้ลองเทสต์จะอยู่ในชั้นที่ 46
เนื้อเรื่องหลัก
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในโลก VRMMORPG แห่งใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Aincrad’ ซึ่งกลายเป็นฝันร้ายเมื่อผู้เล่นทั้ง 10,000 คนถูกกักขังไว้ในโลกเสมือนแห่งนี้ภายใต้เงื่อนไขสุดอันตรายว่า หากตัวละครตายในเกมจะหมายถึงการเสียชีวิตในโลกแห่งความเป็นจร��งด้วย โดยคุณจะได้สวมบทบาทเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ติดอยู่ภายใน
ภารกิจหลักของคุณ คือการออกผจญภัยร่วมกับคู่หูที่เลือกได้ตามความถนัด เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายในดันเจี้ยนและบอสในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอันตราย จุดเด่นของภาคนี้อยู่ที่การสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับตัวละคร NPC และการตัดสินใจที่มีผลต่อการอยู่รอดในโลกที่ความตายพร้อมจะพรากชีวิตไปได้ทุกเมื่อ
Preview : ในเกมจะเจออะไรบ้าง ?
รูปแบบการเดินเกมจะเป็นแบบโซโล (Single-player JRPG) ที่จะเข้าไปสำรวจโลกเสมือนจริง ดังนั้นไม่มีเล่นเป็นทีม เสียใจด้วยสำหรับคนที่คาดหวัง แต่จะมีคู่หู NPC ที่จะร่วมช่วยเราปราบบอส ส่วนตัวละครหลักเพื่อดำเนินเรื่องเราสามารถปรับแต่งอวตารเองได้ตามชอบ ทั้งสกินและสกิลที่เราต้องการ สไตล์การต่อสู้ และการจัดสรรค่า Status (Stats) เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น
สำหรับคู่หูในตอนที่เทสต์เขาจะมีตัวละครหลักให้เราเลือกทั้งหมด 4 ตัว (ไม่รวมตัวละครลับ) ดังนี้
- Yoris > Healing Circle สามารถใช้ยาเพื่อสร้างพื้นที่ฟื้นฟูค่า HP ให้กับผู้เล่น
- Zesh > Exhilaration สามารถสร้างเกราะป้องกันและเพิ่มพลังโจมตี เหมาะสำหรับสายบุก
- Argo > Analysis ช่วยระบุตำแหน่งศัตรูและหีบสมบัติ เหมาะสำหรับสายกลยุทธ์
- Kirito > Stream Edge (ตัวละครพิเศษ) สร้างความเสียหายอย่างหนักและช่วยฟื้นฟูค่า SP (ตำนานเทพทรูของจริง)
โดยที่ทุกตัวละครที่เราเลือกจะมีสกิลที่ต่างกัน รวมถึงดูโอ้ที่เราเลือกด้วย ขึ้นอยู่กับความถนัดและสไตล์การเล่นของเราเอง

เปิดเกมมา สิ่งแรกที่เห็นคือเราจะอยู่ในบ้านไม้เล็ก ๆ โดยเป็นตัวละครหลัก ส่วน NPC ที่เราเลือกเป็นคู่หูคือ ‘อาร์โก’ เหตุผลไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แค่ตัวละครนี้น่ารักดีและมีสกิลในการหยั่งเห็นศัตรูก่อนเราจะเห็นซะอีก (แม้ว่าตอนเล่นเราแทบไม่ได้สนใจเลย เพราะมัวแต่งงว่าต้องสู้ยังไงอยู่) อย่างแรกเราก็ต้องเดินตามหาแสงสีฟ้าเพื่อเริ่มเควสต์ โดยแสงฟ้า ๆ ที่เราเห็นนี้จะอยู่ที่ Main Terminal จากนั้นก็เปิดแม็ปและเดินไปปราบบอสรองตามแต่ละ Checkpoint ได้เลย โดยแต่ละ Checkpoint เมื่อผ่านไปแล้วสมมติว่าเราตุยข้างหน้า เราจะได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ที่ Checkpoint ล่าสุดที่เราเพิ่งผ่าน


ภาพในเกมจะเป็นซีนที่เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกที่ไม่มีอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นว้าว คือทำให้เรารู้สึกว่าเราเข้าไปอยู่ใน Setting ของเกมคือมีทุ่งหญ้า มีภูเขา ฟีลหมู่บ้านเก่า ๆ เมื่อร้อยปีที่แล้ว แต่ตัวละครในหมู่บ้านจะอยู่ในชุดที่ดูไม่ธรรมดา แต่ไม่ได้เวอร์มาก อีกทั้งรูปแบบของการจัดวาง Setting คือเป็นซีนที่เราไม่เห็นภาพนี้ในชีวิตจริงแน่ ๆ
รีวิวหลังเล่น : ความรู้สึกสำหรับคนที่ไม่ได้ถนัดแนว Action RPG
จากประสบการณ์การเล่นเกมแนว Action RPG ที่ไม่ได้ถนัดมากนัก สิ่งที่หนักหน่วงของเราที่ไปเทสต์เกมคือ ‘เราต้องตั้งค่าและใช้กลยุทธ์อะไรกันล่ะเนี่ย ?’ สกิลต่าง ๆ ของตัวละครเยอะมาก ไหนจะต้องคอยดูแผนที่ คอยมาร์กจุดที่จะต้องไป และระหว่างทางที่เจอกับมอนสเตอร์นับไม่ถ้วน แอบงง ๆ ช่วงแรกว่าแล้วเราต้องใช้อาวุธอะไรเพื่อตีมอนสเตอร์ตัวนี้ ความหนักหนาสาหัสของคนที่ไม่ค่อยจับเกมแนวนี้อาจจะรู้สึกว่ามันรับมือไม่ไหว แต่เมื่อเริ่มชินไปเรื่อย ๆ ก็จะสามารถเล่นได้ลื่นขึ้น

ส่วนตัวตอนเล่นรู้สึกว่าเ��าออกแบบแผนที่ในเกมได้ดี แต่กว้างมาก ถ้าคนที่ไม่ถนัดเกมผจญภัยอาจจะรู้สึกงง ๆ เพราะไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน แต่ข้อดีคือเขามีเครื่องมือมาร์กแม็ปในแผนที่ให้อีกที เวลาเดินเกมเราเลยจะสามารถเดินตามจุดเขียว ๆ ที่มาร์กเอาไว้ได้ โดยมาร์กเขียวก็จะบอกเราว่าทิศทางไหนคือจุดมุ่งหมายของเรา

ในส่วนของมอนสเตอร์ ส่วนตัวรู้สึกว่ามอนสเตอร์เยอะเกินความจำเป็น (แต่ตอนปล่อยเกมจริงน่าจะปรับลดลงไปบ้างแล้วละ) ต้องบอกก่อนว่าเกมนี้เราสามารถเลือกระดับความยาก-ง่ายของเกมได้ ตอนเล่นเราเซตไปที่ระดับความยากปกติ แต่บอกเลยว่าทุกก้าวที่เราเดินจะมีมอนสเตอร์อย่างน้อย 2-4 ตัวกระโจนมาใส่ แต่ด้วยน้องอาร์โกสุดน่ารักก็ทำให้พอถ่วงเวลาหนีออกมาฮีลได้อยู่บ้าง
และสำหรับใครที่สงสัยว่า แล้วเราเดินผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้เหรอ ? ปกติมอนสเตอร์มันจะไม่ทริกเกอร์มาสู้กับเราถ้าเราไม่ไปทริกเกอร์มันก่อน ?
บอกเลยว่าเกมนี้ไม่ง่ายแบบนั้น เพราะยิ่งเราหนี มันยิ่งตาม ! แถมยิ่งวิ่งไปยิ่งมีตัวใหม่โผล่มาเรื่อย ๆ วินาทีนี้ปุ่ม Dodge คือเพื่อนรักเลยละ เพราะหลบสะบัด แต่ถ้าวางแผนสลับอาวุธดี ๆ ก็รอดนะ แค่อาจจะสะบักสะบอมหน่อย

สำหรับการปราบบอส คำแนะนำสำหรับคนไม่ถนัดแนวนี้คือ ลองใส่สุดความสามารถแล้วตุยดูก่อนสักรอบ หลัก ๆ คือหลบให้เก่ง และพยายามอย่าหนีไปนาน ๆ เพราะแม้ว่าคู่หู NPC จะช่วยเราตีถ่วงเวลา แต่ก็ไม่ได้นานมากพอ ฮีลเสร็จควรรีบเข้าไปตีบอสเลย อาวุธที่คิดว่าตีฉ่ำและสะใจที่สุดน่าจะเป็นหอก ใช้เป็น Heavy attack แต่พอถึงจุดนี้ตอนเล่นแอบรู้สึกว่าน่าจะเลือกคู่หู NPC ที่เน้นป้องกันเก่งอย่าง Zesh เพราะเราจะโดนโจมตีสะบัด
บทสัมภาษณ์พิเศษกับโปรดิวเซอร์
พูดถึงส่วนเนื้อเรื่องและพรีวิวและรีวิวกันไปแล้ว เรามาดูอิ��ไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเบื้องหลังการสร้างเกมนี้จากโปรดิวเซอร์ ยุสุเกะ ฟุตามิ (Yusuke Futami) กันดีกว่า

อะไรคือแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาคนี้ และต่างจากภาคก่อน��ย่างไร ?
“ซีรีส์เกม SAO ที่ผ่านมามักเริ่มเรื่องจากชั้นที่ 75 ซึ่งเป็นจุดที่เคลียร์เกมได้ตามเนื้อเรื่องอนิเมะ แต่สำหรับภาคนี้ ผมอยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสบรรยากาศความตื่นเต้นเหมือนตอนดูอนิเมะตอนที่ 1 โดยให้เริ่มเดินจากชั้นแรก ๆ ในโลกที่ยังไม่มีใครสำรวจและให้ผู้เล่นร่วมกันเติมเต็มแผนที่ที่ยังว่างอยู่”
ทำไมถึงเน้นไปที่โลกของ Aincrad อีกครั้ง และเนื้อเรื่องจะตามอนิเมะเป๊ะไหม ?
“เราอิงจากอนิเมะและนิยายต้นฉบับ แต่ความพิเศษคือ ตัวละครหลักในอนิเมะก็จะทำหน้าที่ตามบทบาทของเขาไป ส่วนผู้เล่นจะได้รับบทเป็นตัวเองที่เข้ามาในโลกนี้ และได้สัมผัสเหตุการณ์ ‘เบื้องหลัง’ ที่ไม่ได้ถูกเล่าในอนิเมะ”
ระบบดูคล้าย Souls-like แต่ต้องสู้กับศัตรูจำนวนมาก ทีมงานปรับสมดุลอย่างไร ?
“มันอาจจะดูเหมือน Souls-like ในเชิงความรู้สึกของการจัดการสเตมิน่าหรือการป้องกัน แต่จริง ๆ แล้วมันคือ Action RPG ครับ เราไม่อยากให้มันยากจนเครียดเกินไป ทีมตั้งใจปรับจูนให้แม้แต่คนที่ไม่เก่งเกมแอกชันมาก ถ้าพยายามสัก 2-3 ครั้งก็น่าจะผ่านบอสได้ และเรายังมีระดับความยากให้เลือกตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับสูง”
ทำไมเปลี่ยนอาวุธกลางมิสชันไม่ได้ ต้องกลับเมืองเท่านั้น ?
“เป้าหมายคือการสร้างวงจรการเล่น เมื่อคุณออกไปลุยและเก็บไอเทมได้เยอะ ๆ คุณจะเริ่มรู้สึกอยากกลับไปที่เมืองเพื่อ ‘ผสมไอเทม’ (Combine) หรืออัปเกรดอาวุธให้แข็งแกร่งขึ้น เมื่อเล่นไปสัก 1-2 ชั่วโมง คุณจะเข้าใจว่าการกลับเมืองคือส่วนหนึ่งของความสนุกในการเตรียมตัว”
แนะนำอาวุธสำหรับมือใหม่และมือโปร
“มือใหม่แนะนำ ดาบมือเดียว (One-handed Sword) เพราะเป็นอาวุธมาตรฐานที่ไม่มีข้อจำกัดซับซ้อนและใช้คอมโบต่อเนื่องได้ง่าย ส่วนมือโปรแนะนำ มีดสั้น (Short Dagger) สำหรับคนที่ชอบการทำสถานะผิดปกติ (Abnormal Status) เช่น พิษหรือไฟลวก หรือ ดาบสองมือ (Two-handed Sword) เพราะท่วงท่าโจมตีจะรุนแรงและมีสกิลฟื้นฟูเลือดทำให้สร้าง Build ที่ตายยากได้”
เนื้อเรื่องจะดำเนินตามอนิเมะเป๊ะ ๆ หรือเป็นโลกคู่ขนาน ?
“ตัวละครหลักจะทำหน้าที่ตามเหตุการณ์ในอนิเมะ/นิยาย แต่ตัวละครของผู้เล่นจะเป็นคนดำเนินเรื่องในมุมมองเบื้องหลังหรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในตอนนั้น ทำให้เห็นรายละเอียดที่อนิเมะไม่ได้เล่า”
จุดไหนที่อยากให้ Streamer และแฟน ๆ สนใจมากที่สุด ?
“ในแผ่นรุ่น Limited จะมี Death Game Mode ซึ่งถ้าตัวละครตาย Save จะหายไปทันที เหมือนในเรื่องจริง ๆ อยากเห็นรีแอกชันของคนเล่นตอนที่เล่นไปไกล ๆ แล้วต้องมาเริ่มใหม่ ผมอยากเห็นปฏิกิร��ยาของ Streamer เวลาเจอสถานการณ์นี้ (แต่ไม่ต้องห่วงนะ โหมดปกติเซฟไม่หายแน่นอน)”
ถ้าคุณฟุตะมิเป็นคนเล่นเกมนี้เอง หรือเข้าไปอยู่ในโลกของ SAO จริง ๆ เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด คุณจะเลือกใครมาเป็นคู่หู และเพราะอะไร ?
“ในฐานะเป็นคนเล่นเกมนี้ ขอเลือก โยริส (Yoris) เพราะเธอมีสกิลในการช่วยเหลือและฟื้นฟู (Release/Relinquish) ซึ่งมีประโย���น์มากสำหรับผู้เล่นมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญ และเธอยังมีระยะการโจมตีที่กว้าง ทำให้เป็นคู่หูที่พึ่งพาได้มาก”
สำหรับกรณีที่ต้องเข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริง ๆ คุณฟุตามิเลือกอาสึนะ (Asuna) โดยให้เหตุผลสั้น ๆ แต่มั่นใจว่า “เพราะเธอน่ารักและแข็งแกร่งมากครับ”
บทสรุป
สำหรับคนที่กังวลว่าถ้าไม่ได้ตามดูอนิเมะมาก่อนจะสามารถเล่นได้ไหม โปรดิวเซอร์ตอบอย่างมั่นใจเลยว่า ‘สามารถเล่นได้แน่นอน’ เพราะตอนที่เล่นเส้นเรื่องก็แทบจะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ SAO เลย แม้โปรดิวเซอร์จะบอกว่ามันคือไทม์ไลน์เดียวกันก็ตาม
ส่วนตัวจากที่ได้ลองเทสต์มาเกือบสองชั่วโมง รู้สึกว่ากราฟิกทำได้ดี ไม่มี Bug มากวนใจ แม้ว่าตอนเล่นจะอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาอยู่ สำหรับคนที่ไม่ถนัด Action RPG ถือว่าสนุก มีท้อบ้างบางช่วง แต่โดยรวมสามารถเล่นได้เพลิน ๆ ข้อเสียคือเหงาหน่อยเพราะเล่นโซโล ส่วนเนื้อเรื่องส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเคยดู SAO มาก่อนน่าจะฟินเพราะเหมือนได้เข้าไปสำรวจ Aincrad ในส่วนที่ไม่เคยมีการพูดถึงมาก่อน แต่คนที่ไม่เคยดูมาก่อนก็สนุกได้เหมือนกัน
สำหรับเรา ‘Echoes of Aincrad’ ไม่ใช่แค่การนำชื่ออนิเมะระดับตำนานมาทำเป็นเกม Action RPG ทั่วไป แต่คือการจำลองความกดดันและเสน่ห์ของโลก ‘Aincrad’ ที่แฟน ๆ ถวิลหามาไว้ในรูปแบบ Single-player ที่เข้มข้น แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนการผจญภัยในโลกแฟนตาซีที่สวยงามด้วยทุ่งหญ้าและหมู่บ้านย้อนยุค แต่เนื้อในกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่พร้อมจะลงโทษผู้เล่นที่ไม่วางแผนให้ดีด้วยเหมือนกัน











